ปายเป็นหมู่ สู่ความหนาว
แต่ลาว อยู่คนเดียว
แสงแห่งรุ่งอรุณปลุกผมตื่นจากการหลับไหล ท่าทางพวกเราใกล้จะถึงเชียงใหม่เต็มที ราว 7 นาฬิกา เราก็ถึงขนส่งเชียงใหม่ ผมแวะไปดูรอบรถไปเชียงของแล้วก็จดรายละเอียดไว้ แต่ยังไม่ซื้อตั๋วเพราะยังไม่รู้ว่าจะเที่ยวเชียงใหม่กี่วัน รายละเอียดที่จดไว้ก็เป็นดังนี้:
6.30 น.
8.30 น.
13.00 น.
พัดลม 161 บาท
ปอ.2 225 บาท
ปอ.1 290 บาท
ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชม. ถ้าถึงที่นั่นในเวลาทำการราชการก็สามารถทำเรื่องข้ามแดนไปฝั่งห้วยทรายสปป.ลาว เรือช้าที่นั่งจากห้วยทรายไปหลวงพระบางออกราวๆ 11.00 น.นั่นหมายความว่าจะนั่งรถไปกี่โมงก็ไม่ทันเรือออก หนังสือคู่มือนำเที่ยวหลวงพระบางที่พกมาด้วย เสริมว่านอนที่ห้วยทรายจะถูกกว่านอนฝั่งเชียงของ ด้วยความที่ว่าเราควรประหยัดไว้ก่อนเพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าเราจะเสียเงินไปกับอะไรบ้าง เลยตัดรถรอบบ่ายโมงไปเพราะไปถึง ตม.ก็ปิดแล้ว เหลือรอบ 6.30 น. กับ 8.30 น.
ส่วนกำหนดการคร่าวๆ ของเพื่อนๆ ผมคือคืนวันที่ 5-6-7 นอนที่ปาย เช้าวันที่ 8 ลงมาเชียงใหม่ นอน กลับกทม.วันที่ 9 กับรถรอบ 12.00 น.
จากท่ารถ วัยรุ่นทั้ง 8 ก็ได้นั่งรถตู้ไปปายต่อ ทางคดเคี้ยวสมคำร่ำลือ
ระหว่างทางสังเกตเห็นเสาไฟฟ้าเปลือยเปล่าหลายต้น ยังไม่มีสายไฟใดๆ สงสัยปายคงเจริญจนมีความต้องการไฟฟ้ามากขึ้น
ถึงครึ่งทางก็มีจอดแวะให้ดื่มน้ำ-ปัสสวะกัน แล้วค่อยเดินทางต่อ
ถึงช่วงนี้ เพื่อนๆ หลายคนเริ่มทนกับการเลี้ยวไปเลี้ยวมาไม่ไหว เมื่อรถขยัน 'เหวี่ยง' คนในรถก็เริ่มวิงเวียนศรีษระและคลื่นใส้ เพื่อนผมลองเปิดกระจกเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ เผื่ออะไรจะดีขึ้น แต่ลมมันเย็นเกินเลยต้องปิดไป สุดท้ายคุณแนทอั้นอาการสำรอกไม่ไหว กระชากกระจกอย่างไวแล้วอาเจียนออกไปนอกรถ
พอใกล้ถึงที่หมายผมก็หันมาถ่ายรูปหลักกิโลเมตรดูว่าเหลืออีกกี่กิโลฯ หลักกิโลเมตรที่ 95 ทำผมตกใจเป็นที่สุด ทำไมมันใหญ่ยักษ์ขนาดนี้?! ...coffee in love ท่าทางจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมชานเมืองปาย
ถึงปายตอน 10.45 น. หอบหิ้วสัมภาระเดินไปเช่ามอ'ไซค์กันเลย จิ๊บเคยมาที่นี่แล้วจึงชำนาญทาง กลายเป็นผู้นำกลุ่มไป
ได้มอ'ไซค์ก็ขี่ไปเติมน้ำมันที่ปั๊มปากซอยบ้านพัก แล้วค่อยเข้าซอย ลงเนินสูงชันไปถึงที่พักที่มีแม่น้ำไหลผ่าน เก็บของแล้วนั่งเอ้อระเหยพักผ่อนชั่วครู่ ก่อนเดินทางต่อไปหาอะไรกระแทกท้อง ขี่ตามๆ กันไปถึงร้านส้มตำหน้าอำเภอ ซัดซะจานเปล่าเต็มโต๊ะ
อิ่มแล้วก็แวะเซเว่นซื้อหนม กลับบ้าน อาบน้ำ แล้วมานั่งชิวล์จิบเบียร์ริมน้ำ
แดดร่มลมตกค่อยเคลื่อนกำลัง บิดเจ้าสองล้อขึ้นเนินไปยังเจดีย์พระธาตุแม่เย็น ว่าจะชมพระอาทิตย์ตกแต่ดูแล้วมุมมันคงไม่สวยเท่าไหร่ ก็ตรงที่พระอาทิตย์ตกมันมีต้นไม้บังอยู่นี่ เลยอยู่กันไม่นาน ถ่ายรูปหมู่แล้วก็กลับ
ระหว่างทางผมแวะถ่ายรูปท้องฟ้าสีสวยๆ ตรงสะพานข้ามแม่น้ำ มีคนมากางเต๊นท์ริมน้ำกันด้วย
เสร็จแล้วก็บิดตามเพื่อนๆ เข้าไปในเมือง การจราจรที่ปายสะดวกดีไม่มีแว๊น จอดรถไว้แล้วเดินดูของตามร้านต่างๆ ก็มีทั้งของกินของใช้เสื้อผ้าจุกจิกเบ็ดเตล็ดรวมไปถึงร้านโปสการ์ด ที่สะดุดตาหน่อยคือร้านแผงลอย พวกขายกาแฟขายเสื้อยืด พวกนี้เอารถมาดัดแปลงตั้งเป็นหน้าร้านเลยทีเดียว
ส่วนที่ผมชอบคงจะเป็นบ้านหลังนึงที่เค้าปรับพื้นที่ชั้นล่างให้เป็นนิทรรศการภาพถ่าย ก็เป็นห้องโล่งๆ แปะรูปเล็กห้อยรูปใหญ่จัดไฟให้สวยงาม เข้าท่าดี
ถนนคนเดินตรงนี้จะปิดไม่ให้รถเข้าตั้งแต่เย็นๆ แต่เราก็พอจะเจอทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ขับผ่านเข้ามาบ้าง แต่ก็ผ่านออกไปอย่างทุลักทุเล
เริ่มหิวก็เดินไปกินมื้อเย็นกันที่ข้าวซอยน้องเบียร์ตรงสี่แยก กินเสร็จแยกย้ายกันเดินชิวล์ๆ ดูของไปเรื่อยๆ ตามประสา บ้างก็ได้ของกิน บ้างก็ได้โปสการ์ด-ของฝาก
แล้วก็รวมตัวกันกลับบ้าน ไม่ช้าเราก็ได้มานั่งก๊งเหล้าพร้อมกับแกล้มริมน้ำท่ามกลางอากาศที่โคตรจะหนาว กรึ๊บกันอยู่ พี่เจ้าของที่พักเดินมาถามว่าจะเอาอะไรไหม กำลังจะขี่มอ'ไซค์เข้าไปซื้อของในเมือง จิ๊บก็แบบว่าขำๆ อ้อนให้พี่เค้าซื้อไก่ย่างกลับมาฝากหน่อย ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้เพราะดื่มกันสนุกอยู่ พี่แกก็ซื้อไก่ย่างมาฝากจริงๆ เกินความคาดหมายยิ่ง!
| อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พฤหัส | ศุกร์ | เสาร์ |
| ปฏิทิน | ธันวาคม | 2550 | 1 | |||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13-1 13-2 | 14-1 14-2 | 15-1 15-2 |
| 16-1 16-2 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | <ปฐมบท> | (เสริม-ภาพ) | [เสริม-ทุน] |
2 comments:
กม.95 สุดยอด ด ด ด ด ด.
ไหย่ได้อีก ๕๕๕
รุปสวยจัง *
ภาพสวยจัง..ชมจริงๆ..จากใจเลย..ชอบ .. วิวสวย อยากไปมากๆๆๆ (เดี๋ยวมีโอกาสไปเมื่อไหร่ ไปชัว..แต่ต้องหาเพื่อนร่วมทางด้วย ฮะๆๆ)/ by: n'lumme'
Post a Comment