ปายเป็นหมู่ สู่ความหนาว
แต่ลาว อยู่คนเดียว
นาฬิกามือถือปลุกตั้งกะ 6.00 น. ลุกขึ้นมาเปิดทีวีด้วยรีโมท นอนต่อจน 6.30 น. ถึงได้ลุกขึ้นมาเก็บของ 7 โมงกว่าก็ปั่นไปร้านจักรยาน ถนนโล่งดีเลยถือโอกาสปั่นอยู่บนพื้นผิวจราจร พอเร่งความเร็วได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยแบบนี้ ก็เลยถึงที่หมายภายใน 15 นาที ดีใจจังร้านเปิดแล้ว นึกว่าต้องนั่งรอร้านเปิดซะละ ได้เงินมัดจำและบัตรคืนแล้วเดินทะลุซอยไปโบกรถแดงเป็นครั้งแรกในชีวิต โบกไปทุ่งโฮเต็ลซอย 5 สองคันดันส่ายหน้าทั้งคู่ ได้ลุึงคันที่ 3 ช่วยชีวิตไว้ เสีย 30 บาท แต่เดินทาง 20 นาที....ปั่นจักรยานยังเร็วกว่าเลยครับลุง!
อาบน้ำ คืนกุญแจ เดินมาอาเขต โหลดกระเป๋าใต้ท้องรถ เดินไปหาอะไรกิน ได้ลูกชิ้น ปลา 10 กุ้ง 15 ไก่สาหร่าย 10 จะแตกแบงค์ 500 คนขายบอกให้ไปซื้ออะไรที่ร้านขายของชำก่อน ก็เดินไปซื้อ lactasoy กล่อง ยื่นแบงค์ 500 แม่งทำหน้าเอือมใส่พร้อมทำมือบอกปัด ให้ไปซื้ออะไรเพิ่ม นอยเลย ต้องควักแบงค์ร้อยมาแทน จ่ายตังค์รับเงินทอนก็ได้รับคำขอบคุณ ขึ้นรถมา นั่งกับอาม่าแก่ๆ ตัวเล็กๆ คนหนึ่ง เก้าอี้ดีไม่ชิดหัวเข่า บ๊ายบายเชียงใหม่...ยังไม่อยากจากเลย..
จากเชียงใหม่ เส้นทางที่รถวิ่งคือ พะเยา ดอกคำใต้ จุน เชียงคำ เทิง จนมาถึงเชียงของ ช่วงแรกเส้นทางปีนขึ้นลงเนินและทางโค้งมากมายหลากหลาย แวะจอดสักที่ ลงไปฉี่เจอห้องน้ำโสๆ ซื้อหนังสือพิมพ์กีฬาสตาร์ซ็อคเกอร์อ่านเองเป็นครั้งแรก ด้วยความที่ว่าเรามิอาจรู้ได้ว่าหนทางข้างหน้าจะเป็นเช่นไร มีอะไรบันเทิงๆ ไว้ให้อ่านแก้เบื่อคลายเหงาจึงเป็นเรื่องที่ดียิ่ง ถือว่ากันไว้่ก่อน หนังสือพิมพ์ก็น้ำหนักเบาดีด้วย ไม่เป็นอุปสรรคต่อการแบกหาม
เข้าตัวเมืองพะเยา แวะขนส่งพะเยา ที่นี่ส้วมฟรีแฮะ ดีจัง แวะเชียงคำ ลงไปฉี่เผื่อไว้ก่อน ดีกว่าอั้นเอาไว้โดยที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้แวะฉี่อีก
ผ่านมาราว 6 ชั่วโมงกว่าๆ ถึงเชียงของซะที พอก้าวลงรถมาเอากระเป๋าเท่านั้นแหละ ก็มีชายมากหน้ามาทักด้วยคำพูดงงๆ ว่า "บ่เด้อๆ" รวบรวมสติแล้วประมวลผลอีกที อ้อ มันเป็นภาษาอังกฤษของคำว่า "border" นี่เอง คุยกับคนนึงเป็นภาษาไทย ได้ความนิดหน่อยเกี่ยวกับ slow boat ไปหลวงพระบาง แล้วจึงถ่ายรูปเล่นแถวนั้น ถ่ายบรรยากาศรอบๆ เสร็จก็นั่งสามล้อเครื่อง 20 บาท มาที่ตม. งงๆ ตามฝรั่งไป เจอลุงไทยใจดีนำทางให้ตลอด กรอกเอกสารออกประเทศ-เข้าประเทศ เสีย 5 บาทค่าทำเนียน เอ๊ย! ธรรมเนียม
เดินมาริมน้ำ จ่ายค่าเรือ คน 20 กระเป๋าอีก 10 นั่งร้อนๆ ข้ามฟากมาแปบเดียวถึงฝั่งลาว
กรอกเอกสารเข้าประเทศลาวเป็นภาษาอังกฤษไม่เสียสักบาท แล้วตรงนั้นก็มีที่แลกเงินกีบ แลกไป 4000 บาท ได้มา 1,120,000 กีบ (1 บาท=280 กีบ) ได้จับเงินล้านเป็นครั้งแรก แต่ไมมันไม่ค่อยหนาเลยวะ แล้วก็เดินขึ้นเนินมาหาที่พัก เจ้าแรกที่ถามบอก 220 มีทีวี ไม่มีทีวี 180 รู้สึกว่ามันแพงกว่าที่ไกด์บุ๊กระบุไว้ เลยเดินไปอีกที่ Friendship G.H. (Guesthouse) เป็นตึกแถว 3 ชั้น ถามราคาโดนลากขึ้นไปดูห้อง ไม่มีทีวี มีน้ำอุ่น โอเค 150 จ่ายไป แล้วออกไปเดินเล่น
มายืนหน้าที่พักแล้วหันซ้ายหันขวา ไปทางไหนดีวะ? เห็นทั้งรถมอ'ไซค์และจักรยานมันวิ่งไปทางซ้ายกันหมด สงสัยมันต้องมีอะไรอยู่ทางนั้นแน่ๆ! เลยเดินไปทางซ้ายซะ มารู้เอาทีหลังว่าถนนมัน one-way... งี้นี่เอง... พอข้ามมาฝั่งลาวเท่านั้น มักมีคนคิดว่าผมเป็นชาวต่างชาติ ตะกี้ก็มีคนทักว่าญี่ปุ่น สวนกลับไปทันควัน "อึ้ ไทย" เจอเด็กทัก "สะบายดี?" เราก็เลยตอบไปว่า "สบายดี" น้องตอบว่า "โอเค้" ยิ้มเลยตู
เดินเล่นตามทางขนานแม่น้ำไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางลาดลงไปสู่แม่น้ำ เห็นมีเรือลำนึงจอดอยู่ คิดว่าน่าจะเป็นเรือที่เราต้องนั่งไปหลวงพระบาง ก็เลยเดินลงไปดู ทางเดินก็เข้าท่า เอาตาข่ายเหล็กมาขึงทำให้เดินขึ้นลงอย่างสะดวก ลงไปเจอลุงคนนึงก็พยายามสอบถามว่าใช่เรือ slow boat ป่าว แต่...คุยไม่รู้เรื่องครับ ผมฟังสำเนียงแกไม่ออกจริงๆ ว่าใช่-ไม่ใช่-อย่างไร เลยเดินจากไป มองกลับไปฝั่งไทยแล้วอาลัยอาวร อย่างน้อยที่นั่นผมยังคุยกับคนอื่นรู้เรื่อง(บ้าง)
วิวพระอาทิตย์ตกที่นี่คงจะไม่สวยถ้าวันนี้ผมไม่โชคดีเจอเมฆที่ให้ความร่วมมือกับผมยิ่ง ก้อนเมฆมาเป็นลอนๆ บางๆ ปกคลุมเป็นลวดลายที่สวยงาม แถมเดินมาเจอกับป้ายจราจรเลยจับมาเป็นฉากหน้าเสียเลย กดไปหลายรูปทีเดียวตรงนี้ แล้วผมก็ยืนรอแสง twilight อยู่พักนึง กับฉากเดิมนั่นแหละ
จนทนไม่ไหว ขี้เกียจรอเพราะพระอาทิตย์ก็ยังตกไม่สุด เลยเดินรุดหน้าต่อ ไปได้แสงสุดท้ายเอาในที่ๆ วิวไม่ค่อยสวย แถมทางข้างหน้าก็ดูจะไม่ให้ความหวัง
นึกเสียดายเลยเดินกลับไปถ่ายป้ายจราจรอันเดิม แต่มันก็ไม่สวยเอาเสียแล้ว เลยถ่ายรูปตัวเองปลอบไจไปแทน
ระหว่างทางก็เจอทั้งหวยลาว และน้ำมันเบนซินขายปลีกที่ใส่ในขวดโค้กลิตร มื้อเย็นนี้ผมหากินเอารายทาง เปิดซิงเงินกีบเป็นล้านของผมด้วยการซื้อข้าวเหนียวราวๆ 2 กะติ๊บพร้อมกับข้าว 2 อย่าง รวม 8000 กีบ น้ำเต้าหู้ทรงเครื่อง 3000 ปาท่องโก๋ 2x1000 กล้วยทอด 3x1000 มันทอด 3x1000 ชุดนี้รวม 11000 กีบ เอากลับมากินที่ห้อง เททั้งข้าวเหนียวและกับข้าวลงไปในจาน
คนลาวเค้าใช้มือกินกัน มื้อแรกในลาวผมเลยลองใช้มือกินบ้าง หร่อยไปอีก feel นึง เหมือนกลับสู่ต้นกำเนิดของการกินข้าวในประเทศแถบนี้ ก่อนจะรับวัฒนธรรม-มารยาทของฝรั่งมาใช้เป็นของตนเอง เราชินกับการใช้ช้อนส้อมจนลืมกำพืดการใช้มือกินไป ขนาดข้าวเหนียวยังใช้ส้อมจิ้ม พอจะเช็ดมือก็ทำให้สังเกตว่าทิชชู่ที่นี่แปลกดี มันยืดหยุ่นได้ ดึงแล้วยืดออก ไม่ขาดในทันที
จ้วงมื้อเย็นเสร็จก็ลองขึ้นไปเยี่ยมชมดาดฟ้าของอาคาร ขึ้นมาปุ๊บ โอ้โห! ชิวล์โคตร! มีที่นั่งจิบเบียร์กินลมชมวิวแม่โขง แหงนหน้าดาวก็จรัสฟ้า อากาศที่ห้วยทรายกลางคืนหนาวเท่าปายกลางคืน
น่าเสียดายที่บรรยากาศไม่เหมาะกับการทำกิจกรรมใดๆ คนเดียว เลยลงมาข้างล่างแล้วลองเดินสำรวจเส้นทางทางขวาดูบ้าง หมาลาวส่วนใหญ่จะเตี้ยๆ น่ารักๆ ขี้เล่นๆ
เดินเนิ่บๆ มาเจอลุงแก่ๆ ข้ามถนนมาทัก แกชวนไปชิมเบียร์ลาวกับเพื่อนๆ ที่โต๊ะแก จิบไปก็อร่อยดี นุ่มละมุน แต่แล้วก็ซวยต้องซดหมดแก้ว พอรีบๆ กินมันก็ขมๆ ขึ้นมาบ้าง เราคงไม่เหมาะกับของมึนเมาจริงๆ ถ่ายรูปความทรงจำกับเบียร์ลาวนี้ไว้ แล้วร่ำลาสามภาษา Good night, Au revoir, สะบายดี, see you tomorrow ไอ้เราก็ขอบใจๆ พยักหน้าแล้วเดินกลับมาเพราะดูท่าว่าถ้าเดินต่อไปจะไม่มีอะไร แถมขากลับอาจได้ยกหมดแก้วอีกรอบ
ที่ห้วยทรายมันไม่มีอะไรทำเลยจริงๆ ขนาดเด็กมันยังออกมาวิ่งเล่นกันตอนสองทุ่มครึ่งแหนะ สุดท้ายมาจบเอาที่การเล่นเน็ต สำรวจราคาร้านแรกแปะไว้ 250 kip/min 15,000 kip/hr ลองถามราคาร้านข้างๆ ก็ 50 บาท/ชม. พอๆ กัน แต่เด็กร้านบอกว่าตอนนี้เน็ตอืดๆ เลยปันใจไปร้านแรกซึ่งอยู่ติดๆ กับที่พัก อินเตอร์เน็ตมันแชร์กันแค่สามเครื่อง นั่ง ปุ๊บมีน้ำแก้วนึงมาเสิร์ฟให้ฟรี พร้อมลูกอมในกระปุก เข้าท่าดีทีเดียว
กด sign in MSN ไปไม่ทันไร ฝรั่งข้างๆ ก็จ๊อเรื่อง skype ว่าใช้ไม่ได้ คุยกันลากยาว สรุปว่าแกเป็น journalist หนุ่มจากแถบ scandinavia กำลังจะไปแม่สาย-สามเหลี่ยมทองคำ ไปเขียนบทความขายนสพ.ใหญ่ในนอร์เวย์ ชาร์จราคา $3000 แพงจัง freelance คนนี้ คุยกันได้ลื่นไหลเพราะพี่แกดันมาถามเรื่องการซื้อเลนส์ซื้อกล้องในเมืองไทย เสียเวลาจนแทบไม่ได้เล่นคอม แต่ก็อะนะ...
เสียค่าเน็ต 80 นาที x 250=20,000 กีบ ราวๆ 71 บาท ลาวไม่มี 7-11 "เพื่อนที่รู้ใจ...ใกล้ๆ คุณ" หรืออะไรใกล้เคียงเลย มีแต่โชว์ห่วย เพิ่งรู้ว่าตัวเองเสพติดร้านสะดวกซื้อก็ตอนมันไม่มีให้เข้าไปชิวล์ๆ หยิบแมกกาซีนมาพลิกอ่านนี่แหละ ลาวดูทีวีไทยเยอะเหมือนกัน ฟังเพลงไทยด้วย ร้องกันใหญ่เลย เด็กผู้ชายที่เจอมันยังเต้นให้ดูเลย
กลับขึ้นมาบนห้องก็ต้องฉงนกับถุงปาท่องโก๋ที่มันไปอยู่ตรงพื้นหลืบหัวเตียง แมลงสาบกับมดคงลากจากบนโต๊ะมาถึงนี่ไม่ได้ เดาว่าเป็นหนูแล้วกัน เลยจำต้องเก็บโก๋กับกล้วย+มันทอดลงถังขยะไปซะ มันคงไม่ปลอดภัยที่จะกินแล้วแหละ น่ากลัวจัง เสียดายตังค์ด้วย กินไปอย่างละนิดเอง
การไม่มีทีวีนี่มันก็เงียบเหงาเกินไป โดยเฉพาะตอนยังไม่นอน มาลาวคราวนี้มือถือผมจึงกลายเป็นแค่เครื่องเล่น MP3 กับนาฬิกาปลุกและอุปกรณ์บอกเวลา เปิดเพลงบอย-ป๊อดแล้วสำรวจสภาวะอารมณ์
แรกเริ่มเดิมทีผมไม่ได้คาดหวังอะไรกับลาว แต่พอเดินเปื่อยๆ ตามทางตอนเย็นแล้วคุยกับคนนั้นคนนี้ไม่รู้เรื่องก็เริ่มท้อใจ ว่าตัวเองมาทำอะไรที่นี่ เป็นคนต่างชาติต่างเมืองและเหมือนจะต่างภาษา เหนือก็ไม่ได้ อีสานก็บ่ฮู้ คุยกันบ่เฮ็ดหยังเลยทีนี้ คำว่า alien, foreign, และ home เข้ามาจู่โจมจิตใจให้ห่อเหี่ยว แต่หลังจากนั้นเมื่อผ่านรอยยิ้มและมิตรไมตรีจากคนลาว ผมก็ยิ้มขึ้นมาได้ชนิดน้ำตาจะไหล นี่หรือความสุข แม้แต่หมาลาวยังมาเล่นด้วย แม้บางตัวจะกลัวแล้ววิ่งหนีหรือเห่าไล่ก็ตาม ฉันก็สุขใจเช่นเดียวกับตอนเที่ยวเชียงใหม่
| อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พฤหัส | ศุกร์ | เสาร์ |
| ปฏิทิน | ธันวาคม | 2550 | 1 | |||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13-1 13-2 | 14-1 14-2 | 15-1 15-2 |
| 16-1 16-2 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | <ปฐมบท> | (เสริม-ภาพ) | [เสริม-ทุน] |
3 comments:
อ่านมาตั้งนาน
เพิ่งได้ยลโฉมใบหน้าของเจ้าของspace
รูปแรกนึกว่าจะได้เห็นแค่ "เงา" ซะแล้ว
ปล.รูปท้องฟ้าสวยจิงๆ
^__________^
ไม่อยากจากเชียงใหม่ แล้วทำไมต้องรีบไปด้วยล่ะ
. . . .
หรือว่ามีกำหนดการ??
พลอย/
ก็ซื้อตั๋วไปเชียงของแล้วนี่....ตั้งแต่เมื่อวาน
Post a Comment