พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2550 (ตอนที่ 1)

ปายเป็นหมู่  สู่ความหนาว
แต่ลาว  อยู่คนเดียว


ตื่น 7.47 น. แปรงฟัน อาบน้ำ สระผมนานมาก หลายรอบ สงสัยความสกปรกมันสะสมมาจากสองวันที่นั่งเรือ 8.30 น. ออก ถามเจ้าของ GH เรื่องไปคิวรถ(เพื่อไปวังเวียงต่อ) กับตักบาตร...ตี 5! เดินออกมารู้สึกเปียกๆ อ่อ หลวงพระบางเป็นเมืองในหมอก โอบล้อมด้วยขุนเขาและแม่น้ำ เช้าๆ หน้าหนาวอย่างนี้เลยชื้นๆ ออกมายืนงงอยู่หน้าบ้านว่าจะเดินไปไหนดี ก็โชคดีอะนะที่หลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ สามารถเดินเที่ยวได้หมด แต่เริ่มด้วยที่ไหนดีล่ะ? มีแต่สถานที่ต่างๆ ที่จดไว้ ไม่ได้ระบุเป็น 1 2 3 4 ว่าลำดับการเดินเที่ยวชมควรเป็นเช่นไร สุดท้ายเลยกางแผนที่แล้ววางเป้าลองเดินไปที่ใกล้ๆ อย่างที่ทำการไปรษณีย์ ตลาดเช้า และกาแฟปาซานิยม

DSC_4486 DSC_4487

เริ่มก้าวเท้ามาก็เดินผ่านโรงเรียน เห็นเด็กๆ เตะตะกร้อกัน ท่าทางสนุกเชียว บนถนนก็เห็นคนลาวแสดงความสามารถพิเศษในการปั่นจักรยานหรือขี่มอ'ไซค์ขนาบข้างคุยกัน ผมว่ามันยากนะ ที่จะควบคุมความเร็วให้เท่ากัน แล้วยังไม่ขับเอียงมาชนกันอีก เดินต่อมาก็ต้องตกใจ! หลวงพระบางมีตุ๊ดด้วย หยึย! นั่นหมายความว่าที่นี่เจริญแล้วสิ เดินมาถึงตู้ไปรษณีย์หน้าที่ทำการ โห! เก่าโคตรๆ สภาพทรุดโทรม ที่น่าแปลกคือมันก่อขึ้นจากปูน ไม่ใช่ตู้เหล็กเหมือนบ้านเรา

film201

ใกล้ๆ กันคือตลาดเช้า เจอคิวรถมอ'ไซค์พ่วง และของกินของขายตั้งเป็นเพิงข้างทาง สภาพก็เลอะๆ โทรมๆ เหมือนตลาดทั่วๆ ไป

DSC_4500 DSC_4501 DSC_4502 DSC_4505 DSC_4508_collage

เดินลงมาสุดถนนหันซ้ายหันขวา ไม่เห็นเจอร้านกาแฟปะซานิยมที่หนังสือแนะนำไว้เลย อาไรวะ... ถึงทางแยกก็ต้องมาคิดว่าซ้ายดี? ขวาดี? ขวาละกัน วางเป้าว่าจะเดินไปให้สุดแหลมตรงที่แม่น้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง เราต้องเดินไปที่ๆ ไกลจากที่พักไว้ก่อน สำรวจให้ทั่ว จะได้ไม่ต้องถ่อไปซ้ำๆ ให้เมื่อยขาในภายหลัง

ตามนั้นเดินตามถนนเลียบแม่น้ำโขงไปเรื่อย สังเกตดูสิ่งต่างๆ รอบกาย ทั้งสภาพอาคาร ธรรมชาติ ผู้คน รวมถึงสัตว์เลี้ยง ตามตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่แคบเกินกว่ารถจะแล่นผ่านจะได้รับการปูอิฐเพื่อความสวยงาม สมกับเป็นเมืองมรดกโลก แถวนี้มีบ้านไม้เก่าๆ เยอะ บางหลังก็กำลังปรับปรุงใหม่ แต่ถึงบ้านจะใหม่ยังไง สภาพกำแพง บาทวิถี ริมถนน ก็ยังแสดงความเสื่อมโทรมให้ได้เห็น มีการก่อตัวของสิ่งมีชีวิตสีเขียวมาเป็นผืนในพื้นที่เหล่านั้น บางผืนสิ้นชีพก็ทิ้งคราบสีดำแทนที่ มันคงดูไม่สวยสดงดงามสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับผม ผมว่ามันเป็นธรรมชาติดี ดูเก่าๆ แล้วก็ไม่แปลกที่จะพบเห็น ก็เมืองหลวงพระบางอยู่ติดน้ำซะขนาดนี้ เรื่องความชื้นก็คงยากที่จะห้ามได้

DSC_4515 DSC_4525 DSC_4526 film206 film207 DSC_4538

เดินๆ ชมเมืองนี้มาตั้งแต่เมื่อคืน แปลกใจที่หลวงพระบางไม่ยักมีร้านหนังสือ...รวมถึงหนังสือพิมพ์ด้วย เพราะปกติผมชอบโฉบหัวไปดูแผงหนังสือว่ามีอะไรบ้าง มาเที่ยวลาวยังไม่ได้เฉี่ยวสักแผงเลย

DSC_4529 DSC_4537 DSC_4553 DSC_4554 film208

ตะกี้ได้คุยกับไกด์ทัวร์ที่มีรถ บอกวันนี้มี ม้ง new year แกชวนไปดูการเฉลิมฉลองในวันนี้ พร้อมไปต่อที่น้ำตกกวางซี ไปตอนนี้กลับ 16.00 น. คุยเป็นอังกฤษนะคราวนี้ รู้เรื่องกว่าคุยไทย-ลาวเยอะ แล้วตามระเบียบเค้านึุกว่าผมเป็นยุ่น ทีแรกบอก 180,000 kip (643 baht) บอก no ลดเหลือ 150,000 kip (536 baht) ก็ยังรู้สึกแพงอยู่ดี นั่งรถ 4 ล้อเล็กสองแถวไปน่ะ ประเทศกูก็มีม้ง...ทำไมต้องมาดูที่ลาว...

DSC_4558 DSC_4561 DSC_4566 film212 DSC_4577 DSC_4579

แล้วก็เดินไปเจอ....อะไรน่ะ! อย่างกับแผง solar cell! เข้าไปสำรวจใกล้ๆ เป็นเหมือนข้าวเกรียบแผ่นบางๆ เอามาตากแดด ก็ไม่รู้มันมีชื่อเรียกว่าอะไร แต่ตั้งฉากตากแดดได้อลังการงานสร้างดี ไม่เคยเห็นมาก่อน

DSC_4583

เดินมาสุดทางบังคับเลี้ยวขวา ไปเจอแท่งอะไรสักอย่างมีธงชาติลาว ฝรั่งเศส และโลโก้ยูเนสโก้ ที่เหลืออ่านไม่ออกเพราะเป็นภาษาลาวกับฝรั่งเศส ไม่มีภาษาอังกฤษ

DSC_4591

ต่อมาใกล้ๆ ลองเดินเข้าไปดูห้องการมรดกโลก ไม่รู้หรอกว่ามีอะไรข้่างใน เห็นมีอยู่ในแผนที่ เดินเข้าไป...เอ้อ! ตึกสีสวยดีน่าถ่าย เห็นแล้วนึกถึงด้านข้างของตึกกระทรวงกลาโหมบ้านเรา มีห้องน้ำให้เข้าด้วย แต่มีคอมอยู่ในห้องอื่นๆ ดูแล้วขัดแย้งกัน สงสัยว่าจะเป็นอาคารที่ยังใช้ทำงานกันอยู่ เลยวนๆ ถ่ายรูปด้านนอก

DSC_4595 DSC_4599 DSC_4612

แล้วราวๆ 11.30 น. ฟ้าก็เปิด แสงแดดส่องมาถึงพื้น เลยถ่ายตึกเดิมต่ออีกสักพัก เพราะคราวนี้มีแสงแดดช่วยสร้างเงาสร้างมิติให้กับภาพมากขึ้น

DSC_4617 film214

ต่อมาใกล้ๆ เดินมาถึงทางเข้าหน้าวัดเชียงทอง เสียค่าเข้า 20,000 กีบราวๆ 70 บาท เลยด้อมๆ มองๆ จากข้างนอก แล้วตัดสินใจว่าไม่เข้าไปดีกว่า ตัวเองก็ไม่ได้ฝักใฝ่ในวัดวาอารามขนาดนั้น แล้วนี่ยังต้องเสียตังค์อีก

DSC_4630 DSC_4627

เลยกลับหลังหันเดินไปสำรวจทัศนียภาพริมฝั่งแม่น้ำคานดูบ้าง เจอชานชะลาริมทาง มีฝรั่งนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงบันได มองลงไปด้านล่างมีสวนเกษตรอยู่ริมน้ำ แปลกตาดี ไม่เคยเห็น

DSC_4639 DSC_4644 DSC_4651 DSC_4646

เดินวนกลับมาผ่านหน้าห้องการมรดกโลกอีกที ก็บอกแล้วไงว่าจะเดินให้ครบถนนหลักทุกเส้น เดินต่อไปเรื่อยๆ โดยเอาปากกามาขีดบนแผนที่ว่าเดินผ่านตรงไหนมาแล้ว จะได้ไม่เดินหลงทางซ้ำเข้าไป ซึ่งมันก็หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกที่จะเดินทับเส้นทางเดิมบ้างแม้ถนนจะขนานและตัดกันอย่างเป็นระบบก็ตาม ก็แค่พยายามเดินให้เปลืองแรงน้อยที่สุดโดยได้พบเห็นและซึมซับบรรยากาศได้อย่างครบถ้วนทั่วถึง

DSC_4674

เดินมาเจอร้านขายผลิตภัณฑ์กระดาษสา เลยแวะดูซะหน่อย สุดท้ายได้สมุดโน้ตกระดาษสาขนาด jumbo 10,000 กีบสองอัน และแบบสี่เหลี่ยมพกพา 7000 อีกอัน ต่อเหลือ 25,000 สามชิ้น เกือบ 90 บาท

DSC_4679

เดินเรื่อยมาแล้วเลี้ยวขวา มาเจอทางเข้าอีกทางของวัดเชียงทอง เมื่อไม่คิดจะเข้าเราก็ snapๆ เล็กๆ น้อยๆ จากภายนอกเอาพอเป็นพิธี เดินตามถนนไม่ทราบชื่อเพราะแผนที่ไม่ได้ระบุไว้ และที่นี่ก็ไม่ได้มีป้ายบอกชื่อถนน เจอข้าวเกรียบอาบแดดตั้งกันเป็นแผงใหญ่เรียงรายอยู่ริมถนน เจ้าของแผงพวกนี้กำลังจ้วงมื้อเที่ยงกันเป็นหมู่คณะ เลยรบกวนขอเค้าซื้อข้าวเกรียบลาวนี้มาลองท้องซะหน่อย สนนราคา 2000 กีบ 3 ชิ้น เป็นข้าวพองกรอบๆ มันๆ จืดๆ

DSC_4680 DSC_4695 film221

แล้วไม่รู้เป็นอะไร เจอพระ-เณรทีไรต้องรีบยกกล้องมารัวชัตเตอร์ใส่จากระยะไกลทุกที

DSC_4683 DSC_4702 DSC_4706

แล้วก็เดินต่อ

DSC_4717 DSC_4723 DSC_4727 DSC_4730

วกมาฝั่งแม่น้ำคานอีกที เจอเด็กๆ เล่นสไลเดอร์โคลนไหลลงแม่น้ำ มันช่างพอเพียงเสียเหลือเกิน สนุก-มันส์-ไม่เสียตังค์ ครบเครื่องมากๆ เห็นแล้วอยากเล่นบ้าง

DSC_4733_slider

<<< ย้อนกลับ | อ่านต่อ >>>

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
    ปฏิทิน ธันวาคม 2550   1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13-1  13-2 14-1  14-2 15-1  15-2
16-1  16-2 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31     <ปฐมบท> (เสริม-ภาพ) [เสริม-ทุน]

2 comments:

Anonymous said...

โอ้ว...เดินเท้าตลอดเลยรือ? สุดยอดอ่า นับถือๆๆ แต่คงได้บรรยากาศน่าดู น่าอิจฉา..

สไลด์เด็กโดดน้ำนี่เด็ดสุด ดูแล้วน่าหนุกดี


ป้ายรูปที่ 13 แอบมีรอยนิ้วมือด้วยแหะ ทั้งๆที่ป้ายก้อแอบสูง

ส่วนรูปเจ้าของนี่ แอบหล่อน่ะเนี่ย!!!! 5555+

Anonymous said...

ชอบรูปขาวดำ

(^^)