พฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม 2550 (ตอนที่ 2)

ปายเป็นหมู่  สู่ความหนาว
แต่ลาว  อยู่คนเดียว


เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของบ้าน-อาคารที่นี่คือจะมีปีค.ศ. ระบุไว้อยู่ด้านบนของตัวอาคาร ปีที่ระบุคาดว่าเป็นปีที่ตึกนั้นสร้างขึ้นมา ตัวเลขนี้ก็ไม่ได้มีอยู่ทุกหลัง เห็นมีตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 30 เรื่อยไปจนถึงทศวรรษที่ 90 คงเป็นค่านิยม ประเพณี หรือธรรมเนียมที่สืบทอดกันมากระมัง

DSC_4748 DSC_4751 DSC_4752

คนหลวงพระบางเลี้ยงไก่กันเยอะ ไม่ค่อยอยู่ในเล้ากันด้วย ชอบพาลูกๆ ออกมาเดินเล่นตามท้องถนน น่ารักไปอีกแบบ

DSC_4761

ต่อมาก็มาถึงวัดแสน วัดซึ่งไม่เสียค่าเข้า ผมก็เลยลองเดินแวะเข้าไปดู ลวดลายสีทองบนกำแพงพื้นแดงสวยงามดี

DSC_4763 DSC_4766 DSC_4769 DSC_4771 DSC_4774 DSC_4775 DSC_4777 DSC_4785 DSC_4787

แล้วยางโฟกัสที่เลนส์ก็หลุดหายไป ...หาไม่เจอ... มันก็หลุดๆ หลวมๆ มานานละ ไม่ยอมถอดเก็บเอง แถมก็ไม่ได้ใช้อยู่แล้วนี่ ใช้แต่ระบบ auto focus พอทำใจได้และเดินจากไป ก็ยังรู้สึกตะหงิดๆ มีความเคลือบแคลงใจฝังลึกอยู่ เลยขอเดินวนมาหาอีกรอบ หาดูอีกที เจอโด่ๆ อยู่ตรงทีุ่่ถ่ายรูปแม่น้ำคาน ก็ว่าเสียง 'ตุบ' ที่ได้ยินเหมือนอะไรร่วงตอนถ่ายรูป น่าจะเป็นยางนี้ ตอนแรกหาไม่เจอ กลับมาดูใหม่แดดส่องสะท้อนเห็นชัดเจน... ระหว่างความชุลมุนของผมนั้นฝาเลนส์ก็พลีกายไปขูดกับกำแพงรั้ว ดีที่ปิดฝาไว้ ไม่งั้น filter คงแย่

DSC_4804
ภาพต้นเหตุึความวุ่นวายในครั้งนี้

ผ่านเรื่องกวนใจแล้วก็มาสนุกกับการเดินเตร่กันต่อ หลวงพระบางมีร้านโชว์ห่วยเยอะมากๆ เยอะเหมือนเซเว่นที่กรุงเทพนั่นแหละ ผมก็เลยขออุดหนุนเสียหน่อย ซื้อข้าวตังไม่ราดหน้ามากิน 2 ชิ้น 1000 จ่ายไป 2000 ดูแล้วแกขี้เกียจทอนเลยเอาถั่วลิสงมาอีกถุง 1000=2000 พอดี เดินมาอีกร้านซื้อน้ำเปล่าขวดขาวขุ่น 2000 กีบ บ่ายแก่ๆ แดดก็เริ่มทิ่มเข้าตา เพราะถนนมันมุ่งหน้าเข้าหาแสงแดดอย่างจัง ต้องคอยเอามือบังหน้าแล้วก้าวเดินอย่างระมัดระวัง

DSC_4816 DSC_4829 DSC_4833 DSC_4841 DSC_4843 DSC_4848 DSC_4854 DSC_4860 DSC_4873

เจอวัยรุ่นชาวหลวงพระบางเตะตะกร้อกันอย่างสนุกสนาน ท่าทางจะเป็นกีฬาสุดฮิตของที่นี่ เลยมาก็เจอเด็กๆ วิ่งเล่นกันหลังเลิกเรียน เป็นภาพที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ลูกหลานเราก็ไม่ใช่ คงเป็นเพราะอาทิตย์ที่สาดแสงและความมีชีวิตชีวาไร้เดียงสาของเด็กๆ เหล่านี้กระมัง ต่อมาก็เจอโรงเรียนสอนศิลปะ แต่มันร้างเพราะนักเรียนกลับไปหมดแล้ว เหลือแต่วงตะกร้อวงเดิมที่เดินผ่านมาเมื่อครู่นี้

DSC_4896 DSC_4911 DSC_4950 DSC_4914 DSC_4942_collage DSC_4940 DSC_4920 DSC_4927

จริงๆ ผมไม่ได้มีแผนการเดินอะไรวางไว้หรอก ก็แค่พยายามเคลียร์เส้นทางบนแผนที่หมดไปเป็นส่วนๆ เริ่มจากที่ๆ อยู่ห่างจากบ้านพักมากที่สุดก่อน หลังจากนั้นก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ แรกเริ่มวันนี้ผมกะไว้ว่าจะไปชมพระอาทิตย์ตกบนพระธาตุพูสี แต่เวลาก็ล่วงมาจนห้าโมงเย็น เส้นทางสำรวจยังเหลืออีกมากมาย ไว้พรุ่งนี้แล้วกัน

film228 DSC_4987 DSC_4992 DSC_4997

แล้วผมก็เดินเท้าไปสู่ the road less traveled by นั่นคือถนนพูสี ซึ่งอยู่เลียบแม่น้ำคาน บริเวณหลังพระธาตุ แถวนี้มีผับ-บาร์บริการฝรั่งเยอะดี เลยไม่แปลกที่ทั้งร้าน ช้างคาเฟ่ และ Books & Tea L'entranger ต่างก็ for farang, farang style เลยไม่ได้ใช้เงินที่นี่ สุดท้ายได้ถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกอยู่สามแยกปั๊ม Caltex ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้ แต่เราก็เลือกแล้วนี่เนาะ พยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน

DSC_5005 DSC_5026 DSC_5033 DSC_5034_ccp DSC_5038

มืดแล้วก็เลยสงสัยว่าลาวมีเพลงชาติเปิดตอน 8.00 น. กับ 18.00 น. เหมือนบ้านเราหรือเปล่า ไม่รู้จะถามใครก็เลยเดินสำรวจกันต่อ มาถึงสี่แยกคอกวัวแล้วเลี้ยวซ้ายออกไปนอกเมืองดูบ้าง เริ่มปรากฏความเจริญ เจอร้านขายเสื้อผ้าตามสมัยนิยม ร้านขายเพลงขายหนัง รวมถึงร้านตู้มือถือด้วย

DSC_5057 DSC_5063 DSC_5065

เลี้ยวขวามาอีกถนนนึงก็เจอคนตั้งโต๊ะเรียงรายกันบนฟุตบาท ลองสังเกตการณ์ดูถึงได้รู้ว่ามันคือโต๊ะขายหวย ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะขี่มอ'ไซค์กันมา จัดโซนนิ่งซะ ดูเป็นระเบียบทีเดียวเชียว เลยมาหน่อยก็มีร้านโชว์ห่วยริมทาง

DSC_5072 DSC_5079

ชานเมืองตอนกลางคืนนี่ก็เปลี่ยวใช้ได้เลย ถนนก็กว้างโล่ง ไม่ค่อยมีผู้คนเดินไปมา มีกูเดินอยู่คนเดียว จะปลอดภัยไหมนี่? แต่ก็เดินต่อ ก้าวต่อไปเรื่อยๆ มันเป็นอรรถรสของการผจญภัย เดินไปก็นึกขึ้นมาได้ว่าหลวงพระบางไม่มีสัญญาณไฟจราจรเลยสักอัน คงเพราะรถไม่เยอะ ไม่ติด และส่วนมากเป็นมอ'ไซค์กับจักรยาน

DSC_5085 DSC_5095 DSC_5097

...จนมาเจอลาวมุง มุงอะไร??? ไม่รู้จะบอกว่าดวงดีหรือดวงซวย เจออุบัติเหตุจราจร เพิ่งบ่นเรื่องสัญญาณไฟไปไม่นาน เท่าที่ฟังลาวมุงแถวนั้นคุยกัน รู้สึกว่ามอ'ไซค์วิ่งมาเจอรถเลยหักหลบท้ายปัดแล้วก็ล้มลง เหตุเกิดที่แยกพูว่าวตัดกับพะมหาปัดสะนัน ที่เกิดเหตุตอนมาเจอมีแต่มอ'ไซค์ล้มอยู่ ข้างหน้ามีมอ'ไซค์ตำรวจหนึ่งคัน ตำรวจลาวเอาที่วัดฟุตมาทาบระยะต่างๆ ทาบจากมอ'ไซค์ไปเกาะกลาง ไปสี่แยก ถือว่าผมโชคดีแล้วกัน เพราะไม่เจอง่ายๆ หรอกสำหรับนักท่องเที่ยว วัยรุ่นลาวเห็นผมถ่ายรูปก็ขอดูแล้วไปเก๊กกับมอ'ไซค์ตำรวจให้ถ่าย ผมไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ ให้รู้ว่าเป็นคนไทย ปล่อยให้คิดว่าเป็นยุ่นไป

DSC_5098 DSC_5100 DSC_5106 DSC_5109 DSC_5103 DSC_5108 DSC_5110

จุดมุ่งหมายที่เดินมา out city ขนาดนี้ก็เพื่อตามหาร้านเฝอจันทะหนอม แต่สุดทางแล้วก็ไม่เจอ เจอแต่สนามกีฬาอันเงียบสงัด กับสนามแข่งเปตองตอนกลางคืน ดีแฮะ...ถ้ามันไม่มีการพนันนะ ว่าแต่ซีเกมส์มีเปตองป่าว? ที่นี่แปลกอย่าง เณรวัดเดินกันเป็นกลุ่มตอนกลางคืนราวกับเป็นเรื่องปกติ หลวงพระบางคืนนี้เห็นดาวชัดจรัสหล้า แหงนหน้าชื่นชมความงามประทับไว้ในจิต ก่อนที่ขอบตาด้านล่างจะปรากฏภาพฝรั่งหนึ่งนางกำลังขี่ LA Bicycle ไหนว่าไม่มีจักรยานให้เช่าไง...! สรุปว่ารอบชานเมืองหลวงพระบางเจริญด้วยบ้านสมัยใหม่ (กว่าข้างในเมือง) ถนนกว้างๆ และแน่นอน อบายมุขทั้งหวยและร้านเหล้า รวมถึงร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ไม่ค่อยมีอะไรให้นักท่องเที่ยวไปเยือนนัก

DSC_5116 DSC_5120 DSC_5126 DSC_5127 DSC_5135 DSC_5142

ตอนนี้หิวจะแย่แล้ว เพราะครั้งสุดท้ายที่เคี้ยวอาหารลงท้องมันนานจนจำไม่ได้ เดินกลับมาแถวสี่แยกใจกลางเมือง ซัดข้าวจี่ก่อนเลย 1000 กีบ เหนียวๆ เค็มๆ อร่อยดี ข้าวจี่ก็คือข้าวเหนียวปิ้งราดน้ำปลา น้ำปลาร้า ชุบไข่(ไก่)คน

DSC_5155

ต่อด้วยปอเปี๊ยะสด อร่อยเด 1000

DSC_5157

ซื้อไคแผ่นถุงละ 2000x2 ถุง=4000 ถุงนึงก็ 1 แผ่นยังไม่เคยลอง แวะชม gallery ภาพถ่ายของ Paul Wager ส่วนใหญ่เป็นภาพขาวดำกับครอส ซื้อ postcard จากที่นี่เหมือนกันสองใบ ใบละ 3000 เป็น 6000 แบบว่ารูปอื่นๆ มัน'ไม่ใช่ ' สู้รูปที่โชว์ไม่ได้ (รูปที่โชว์กับรูปโปสการ์ดต่างกัน) ตรงสี่แยกใจกลางเมืองนี้ กลางคืนขายแผ่นผีทุกประเภทดาษดื่นมาก ตระกูล vampires ก็มี! ข้ามถนนมาซื้อ baguette เปล่า (ไม่ใส่เครื่อง) 3000 เรื่องข้ามถนนในลาวนี่คนทั่วไปอาจไม่ลำบากนัก แต่สำหรับคนไทยอย่างผมนี่ต้องมองซ้ายมองขวามากเป็นพิเศษ เพราะที่นี่ขับรถเลนขวา!

DSC_5160

ต่อด้วยการเลือกเสื้อยืดอย่างยาวนาน ขายตามไซส์ M 50 บาท L 70 บาท หรือ 20,000 กีบ เล็งไว้สามลาย - สะบายดี, อักษรลาว, แล้วก็ดาวคอมมิวนิสต์ ทีแรกเลือกไซส์ L พอมาดูไซส์ M เพื่อซื้อไปฝากเพื่อนโต๊ด มันดันเป็นไซส์กูซะงั้น เลยต้องดู M แทนและไม่มีให้โต๊ดแล้วเพราะ M นี่เล็กสุดละ เค้าเน้นขายฝรั่ง สรุปได้เสื้อมาสามตัว 42,000 กีบ (150 บาท) ถูกจัง แต่คุณภาพคง.....นะ ข้ามมาเจอเค้กผลไม้นานาชนิดราคาย่อมเยาว์ ชิ้นละ 5000 เท่านั้น ได้กล้วย แครอท ช็อคโกแลต 15,000

DSC_5163 DSC_5162 DSC_5164

ซื้อเสร็จ เดินกลับ ถึงบ้านราวๆ สี่ทุ่ม! สุดตีนจริงๆ กว่า 13 ชั่วโมงแห่งการเหยียบย่ำเมืองหลวงพระบางแบบ nonstop ไม่มีแวะนั่งหรือแช่ใดๆ แล้วก็เริ่มพิธีการถ่ายรูปสิ่งต่างๆ ที่หิ้วกลับบ้านมา ทั้งอาหารและของฝาก ถ่ายไปกินไป ฟังเพลงบอย-ป๊อดไป ต้องขอบคุณเพลงของพี่ๆ ทั้งสองที่ช่วยคงสุขภาพจิตที่ดีของผมไว้ ไม่งั้นเหงาตายแน่เลย

DSC_5189 DSC_5190 DSC_5192 DSC_5180 DSC_5184 DSC_5187 DSC_5182 DSC_5176

รสชาติไคแผ่นนั้นอร่อยเลยแหละ เหมือนสาหร่ายปรุงรส ชนิดที่ว่าต้องซื้อฝากคนแถวบ้าน เค้กก็อร่อยมากเช่นกันทั้งสามรส ส่วน baguette ก็แข็งๆ สไตล์ฝรั่งเศส กินเสร็จก็มานั่งเขียนโปสการ์ดไปราวครึ่งชั่วโมง ต่อด้วยการวางแผนการเดินทางของวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เหลือเงินอยู่ 608,000 กีบ (2171 บาท)

<<< ย้อนกลับ | อ่านต่อ >>>

อาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ เสาร์
    ปฏิทิน ธันวาคม 2550   1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13-1  13-2 14-1  14-2 15-1  15-2
16-1  16-2 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31     <ปฐมบท> (เสริม-ภาพ) [เสริม-ทุน]

3 comments:

Anonymous said...

เลี้ยวขวามาอีกถนน นึุง ก็เจอคนตั้งโต๊ะเรียงรายกันบนฟุตบาท

เจอที่พิมพ์ผิดละ

(^^)

Narut said...

แก้ให้แล้วครับ

พอดีผมไม่ได้ใช้ vista เลยมองไม่เห็นน่ะ

ขอบคุณที่ตรวจทานนะครับ

Anonymous said...

ลาวมุง 555+

นี่ก็มีไทยไปมุงกะเค้าด้วยไง

โบว์