ปายเป็นหมู่ สู่ความหนาว
แต่ลาว อยู่คนเดียว
กลางคืนนอนเกือบตกร่องระหว่างเตียง แบบว่า 3 คน 2 เตียงอะ เช้าตื่นเพราะแนทเปิดทีวี นอนต่อจนเกือบ 10 โมง ใกล้เวลาต้องเช็คเอาท์ก็รีบลุกมาอาบน้ำเก็บของมานั่งรถแดงไปอาเขต กินข้าวกับเพื่อนๆ เป็นมื้อสุดท้ายก่อนร่ำลาพวกเขาที่กำลังจะเดินทางกลับกรุงเทพ
แล้วก็เดินมาถ่ายรูปแผนที่เชียงใหม่
ได้คุยกับชายแปลกหน้าที่มายืนดูแผนที่ เค้าแนะนำเรื่องที่พักให้เดินไปทางวัด ชี้ทิศให้ผมด้วย ผมก็เลยเดินไปอย่างงงๆ หลงๆ ไม่แน่ใจ แต่โชคชะตาก็พามาพบกับ 'บ้านไมตรี' เห็นป้ายบอกมีห้องว่าง ดีใจ ราคา 350 ดูห้องแล้วเอาเลย
ทั้งที่ปวดขี้แต่ก็ยังมานั่งกดดูทีวีแต่ละช่องว่ามีอะไรบ้าง ตลกดีเนอะคนเรา วนครบก็เปิดฟังเสียงเอาไว้แล้วค่อยมานั่งปลดทุกข์ เป้าหมายต่อไปว่าจะไปเช่ามอ'ไซค์ที่ AYA สาขาเชียงใหม่ ซึ่งอยู่แถวสถานีรถไฟ ก็เลยเดินเท้าตามแผนที่จากที่พักไปสถานีรถไฟ ซึ่ง.....ไกลใช่เล่น แถมแดดก็แรงได้ิอีก ส่องกบาลกูอยู่ได้ เมื่อก้าวเท้ามาถึง AYA ความซวยก็บังเกิด... ดันไม่มีมอ'ไซค์ให้เช่า อึ้งไปเลย
หน้าสถานีรถไฟ ถ่ายรูปอย่างระรื่น ก่อนที่จะได้รับฟังข่าวร้าย
ตบเท้าเดินตามถนนเจริญเมืองมาเรื่อยๆ โดยหวังว่าจะเจอร้านเช่ามอ'ไซค์หรือจักรยานใกล้ๆ เดินไปเรื่อยๆ ...
เรื่อยๆ ...
จนถึงถนนท่าแพ เจอร้านในซอย มีจักรยานให้เช่า 50 บาทต่อวัน มีแต่จักรยานสไตล์คุณป้าจ่ายตลาด ถามว่ารุ่นนี้ปั่นขึ้นดอยสุเทพได้ป่าว แบบว่าไฟแรง อยู่คนเดียวแล้วจะทำอะไรก็ทำได้ พี่แกตอบว่ามันก็มีคนเคยทำได้นะ แต่ยากหน่อย แบบว่าจักรยานมันไม่มีเกียร์ ก็เลยเอาก็เอาวะ ตอนนั้นมีไฟ กะว่าทัวร์ มช.เสร็จจะต่อขึ้นดอยสุเทพให้ดูเลย! ก็เลยมัดจำไป 1000 นึง แล้วเราก็มุ่งหน้าปั่นไป มช. เมื่อวานผ่านแวบๆ วันนี้ขอเข้าไปทัวร์ซะหน่อย อยากรู้ว่าเป็นไง เคยไปพงันตามรอยภาพยนตร์เรื่อง เพื่อนสนิท มาแล้ว คราวนี้ขอเป็นมช. บ้างละ
เส้นทางบนฟุตบาทเป็นมิตรกับจักรยานกว่ากทม.เยอะ ที่กรุงเทพพื้นฟุตบาทมักจะไม่เรียบ ไม่รู้ดินมันยวบลงหรือทำกันชุ่ยๆ พอขี่มาถึงหน้ามช. ก็ขอถ่ายรูปซะหน่อย ถึงที่หมายแล้ว!
ปั่นชิวล์ๆ เข้าไปในมหา'ลัย มช.ก็คล้ายๆ ม.เกษตร แต่ไม่งงเส้นทางเท่า ผมก็ขี่ตะลอนไปทั่ว เจออะไรก็ถ่ายไว้ เริ่มจากศาลาธรรมที่มีประตูแดงๆ ต่อมาที่อ่างแก้ว นั่งพักเขียนโปสการ์ดอยู่ใต้ต้นไม้
แล้วโลดแล่นตามเส้นสายผ่านร้านสหกรณ์มช. จนถึงหอนาฬิกา
เลยมานิดก็จ๊ะเอ๋กับงานกีฬาสัตวแพทย์สัมพันธ์ 6 สถาบัน #19 ด้อมๆ มองๆ อยู่สักพักแล้วก็เข้าไปเนียนถ่ายรูปลีดร่วมกับคนอื่นๆ เขาเฉยเลย แหม้...ไม่ว่าจะแพทย์คนหรือแพทย์สัตว์ก็หน้าตาดีกันทั้งนั้นเรย
พอลีดเต้นกันเสร็จก็เคลื่อนตัวต่อ ไปเจอนิทรรศการแปลงสาธิตเกษตรของคณะเกษตร ว้าว! โชคดีจริงๆ วันนี้มช.มีอะไรให้ถ่ายเยอะจัง จอดจักรยานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก็ตรงดิ่งเข้าไปถ่ายดอกไม้
ถ่ายไปถ่ายมาจนมีคู่สวีทขอให้ถ่ายรูปให้ คงเป็นผลจากการสะพายกล้องสองตัวอยู่บนไหล่
หลังจากนั้นก็ถามเจ้าหน้าที่จราจรในมหา'ลัยว่าศูนย์ไปรษณีย์ไปทางไหน จะได้ส่งโปสการ์ดไปหาคนพิเศษคนนั้น จากที่เดียวกับที่เธอเคยส่งโปสการ์ดมาหาผมนั่นแหละ จะว่าไป การเดินทางฉายเดี่ยวของผมในครั้งนี้ก็มีเธอเป็นต้นเหตุ เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมไม่ย่อท้อต่อความตั้งใจที่จะทำให้เธออิจฉาให้ได้!
แต่ถึงจะมีความมุ่งมั่นแค่ไหน มันก็ไม่ได้หมายความว่าโชคจะเข้าข้าง เพราะผมหลงทางปั่นไปโผล่ที่ปั๊มปตท. อยู่ทางทิศใต้ของม. สุดท้ายต้องวกกลับมาหน้าม. ฝั่งห้วยแก้ว แล้วดูแผนที่ที่เสือกไม่ถ่ายรูปไว้ตั้งแต่ต้น ต้องลำบากหลงทางเสียก่อนให้เป็นบทเรียนอันล้ำค่า คราวหน้าผมจะถ่ายรูปแผนที่ไว้อย่างแน่นอน!
ดูแผนที่ปุ๊บ แปบเดียวก็ไปถึงตู้ไปรษณีย์สีแดงๆ ปั๊บ
ช่วงนี้ก็ใกล้มืดแล้ว เลยปั่นไปดูพระอาทิตยตกแถวอ่างแก้วเผื่อมันจะสวย ...แต่มันก็ไม่เป็นเช่นนั้น มีหนุ่มๆ สาวๆ มารอชมปรากฏการณ์ตะวันลับฟ้าอยู่หลายคนเหมือนกัน ส่วนผมเดินดุ่ยๆ ด้วยความผิดหวังเล็กน้อย ก่อนที่ก็ได้ทำหน้าที่อาสาถ่ายรูปให้สามสาว
แล้วก็ปั่นออกม. มันมืดแล้วก็เลยไม่สามารถปั่นขึ้นดอยได้ เลยปั่นกลับ ถีบมาหน่อยเจอร้านเน็ตใหญ่ๆ ดูดีแต่ไม่มีบริการเผาซีดี แบบว่าเม็มกล้องใกล้เต็มแล้ว ปั่นต่อมาที่ตลาดนัดตอนกลางคืนกาดรินคำ เงียบๆ สงสัยไปถนนคนเดินกันหมด ตอนรอข้ามถนนที่สี่แยกไฟแดงผมก็สังเกตอะไรบางอย่าง ที่รถติดในเชียงใหม่นั้นไม่ใช่อะไร ติดไฟแดงนานนี่เอง พี่ตำรวจแกชิวล์เปิดไฟเขียวให้ทางนึงนานๆ แทบหมดรถทางนั้นถึงจะขึ้นแดง
ปั่นต่อมาหน้า 12 ห้วยแก้ว เจอร้านเน็ตชั่วโมงละ 20 เผารูปลง DVD แผ่นละ 100 เลยจัดการยักย้ายถ่ายเทข้อมูลพร้อมเล่นเอ็มไปพลางๆ แล้วก็ข้ามมาห้างเซ็นทรัลกาดสวนแก้ว เดินสำรวจหน่อย โรงหนัง vista ที่นี่ค่อนข้างเชยสุดๆ อันนี้ดูจากสภาพภายนอกนะ
ปั่นต่อจนมาถึงถนนคนเดิน แต่มันไม่มีที่ให้จอดจักรยานอะ เลยต้องปั่นอ้อมๆ ไปหาที่ทางหลักแหล่งที่เหมาะสมแก่การจอด ปั่นจนมาถึงต้นสายของถนนคนเดินก็ยังไม่เจอ จนอ้อมวนไปอีกด้าน ได้ที่จอดเอา ณ เสาไฟฟ้าในซอยเล็กๆ ที่ติดกับถนนคนเดิน เสียเวลาเดินไปใช่ย่อย
เริ่มต้นการเดินด้วยการมุ่งหน้าไปยังต้นสายของถนน เห็นที่ประตูท่าแพมีคนถ่ายรูปอยู่ด้านบนกำแพง เลยว่าจะหาทางขึ้นไปถ่ายบ้าง แต่แค่เดินผ่านประตูเข้ามาเท่านั้น โอ้โห! โชคดีของผมจริงๆ เพราะอีกฝั่งของกำแพงนั้นได้จัดแสดงโคมไฟไว้เป็นร้อยๆ เรียงตัวกันสวยงามยิ่งนัก มีห้อยเป็นต้นไม้ด้วย ถ่ายรูปสนุกมืออีกแล้วสิเรา...
วกกลับเข้าเป้าหมายหลัก ถนนคนเดินวันอาทิตย์นี้ยาวกว่าของวันเสาร์อย่างมาก แถมเลิกเร็วอีกต่างหาก 23.00 น. เอง เลยต้องรีบๆ เดินจะได้ครบๆ ซึ่งน่องเหล็กผมก็พิชิตความท้าท้ายเล็กๆ นี้ไว้ได้ สาวๆ ที่นี่สวยอย่างธรรมชาติดีจัง จากที่อยู่กรุงเทพมองสาวที่ไหนก็ไม่สวยถูกใจสักคน เพราะล้วนเติมแต่งด้วยเครื่องสำอาง มาเชียงใหม่มองไปไหนก็มีแต่สาวสวยเพราะหน้าตาตามธรรมชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่รู้เป็นเพราะแสงมันส้มๆ สลัวๆ หรือเปล่า แต่ช่วงวันหยุดยาวอย่างนี้ จะรู้ได้ไงว่าที่ผมเห็นนั่นมันคนเชียงใหม่ทั้งหมด...
เพลินตาอยู่ไม่นานพอจะกลับดั๊นมาเจอเรื่องที่ทำให้เครียด เพราะนาฬิกามือถือบ่งบอกว่ามันเลยเวลาคืนจักรยานไปแล้ว ดันลืมไปว่าร้านมันก็มีเวลาปิดของมันซึ่งไม่ใช่ห้าทุ่ม-เที่ยงคืนแน่ๆ ไปคืน(จักรยาน)คืนนี้ไม่ทันละ พรุ่งนี้เช้าร้านเปิดตอน 8.00 น. รถไปเชียงของตูออก 8.30 น. น่าเครียดปะล่ะ ระยะทางจากที่พักไปร้านจักรยานก็ไม่ได้ใกล้ๆ สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ ก็เลยได้ปั่นจักรยานกลับที่พักท่ามกลางความอ้างว้างและเปล่าเปลี่ยว อากาศก็หนาวเหน็บ สร้างอารมณ์เคว้งเต้งได้ทีเดียวเชียว
| อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พฤหัส | ศุกร์ | เสาร์ |
| ปฏิทิน | ธันวาคม | 2550 | 1 | |||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13-1 13-2 | 14-1 14-2 | 15-1 15-2 |
| 16-1 16-2 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | <ปฐมบท> | (เสริม-ภาพ) | [เสริม-ทุน] |
2 comments:
โบว์ชอบดอกไม้ที่สุด!!!
ขอบคุณนะ สำหรับการไปส่งโปสการ์ดในที่เดียวกัน แล้วก็นั่งเขียนโปสการ์ดในที่ๆเราก็เคยส่งหาเธอเหมือนกัน... มันฟังดูน่าอบอุ่นดี
ตอนนี้เราอิจฉาแค่อย่างเดียว...คือลาว
ส่วนปาย ไปมาแล้ว.. ตามที่ได้แจ้งให้ทราบ
Post a Comment