ปายเป็นหมู่ สู่ความหนาว
แต่ลาว อยู่คนเดียว
หาเฮือนมรดกเชียงม่วนไม่เจอ เลยวกกลับปีนบันไดขึ้นพระธาตุพูสี เวลาก็ราวๆ สี่โมงครึ่งละ
ผ่านขั้นบันไดช่วงแรกมาก็เจอด่านเก็บตังค์ เสียค่าเข้าไป 20,000 กีบ แล้วก็ไต่บันไดซิกแซกขึ้นไปอีก 190 ขั้น มีอักษรจารึกภาษาอังกฤษบอกไว้ตั้งแต่ขั้นแรกเลย
วิวด้านบนทำให้เห็นทั่วทั้งเมืองหลวงพระบางเลยทีเดียว สังเกตได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ยังเขียวขจีเต็มไปด้วยต้นไม้อยู่ ขอให้เป็นอย่างนี้เรื่อยไปแล้วกัน ไม่ต้องรีบ 'พัฒนา' ไปไหนหรอก ถ้ามันเป็นพัฒนาการทางวัตถุ
ผู้คนบนพระธาตุพูสีนี่ก็เยอะใช้ได้ สมกับเป็นจุดชมวิวนานาชาติจริงๆ เพราะมีแต่นักท่องเที่ยวทั้งฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่น รวมถึงคนไทย แทบจะไม่มีที่ยืน (แต่ก็ยังพอมีแหละ) แล้วเราก็รอคอยปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกวัน แต่แตกต่างกันไปตามสถานที่ที่เรายืนอยู่ ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เมฆบางเบา วันนี้พระอาทิตย์ตกน่าจะสวย
เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆ ก็มีคนถ่ายรูปไม่มีหยุด ทุกขณะที่พระอาทิตย์เลื่อนลงเลื่อนลง มุมสุดฮิตก็บนโขดหินที่ยื่นออกไปจากบริเวณจุดชมวิว เพราะไปถ่ายรูปตรงนั้นจะไม่ติดคนอื่นๆ แต่ต้องก้าวขึ้น-ลงอย่างระมัดระวัง มีเสียวเล็กน้อย นักท่องเที่ยวก็ผลัดกันขึ้นไปถ่ายรูปอย่างไม่ขาดสาย ผมก็ได้ทำหน้าที่ถ่ายรูปให้ชาวต่างชาติหลายคนหลายคู่ จนเมื่อพระอาทิตย์หายลับไปหลังภูเขา ผู้คนก็เริ่มทะยอยกันลงจากพระธาตุ หารู้ไม่ว่าช่วงแสง twilight นี่แหละที่ท้องฟ้าจะถูกระบายสีเฉิดฉายเปล่งประกายความงาม
พอมืดสนิทกำลังจะเดินลง ก็เจอเณรรูปหนึ่งเข้ามาทัก ท่าทางเหมือนอยากฝึกปรือภาษาอังกฤษ เลยได้คุยกัน...แต่เป็นภาษาไทย-ลาวนะ ผมถามไปว่าทำไมมีเณรเดินตอนกลางคืน? - เพราะออกไปเรียนหนังสือแบบคนทั่วไป แต่เป็นภาคค่ำ เลิกตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนถึง 9 โมงเย็น แล้วแต่ที่ ถามอีก- ทำไมไม่มีหนังสือพิมพ์? ท่านไม่ทราบ ส่วนพระผมไม่ค่อยเห็นเลย ไม่มีหรือ? คงเพราะอยู่แต่ในวัดมั้งท่านไม่รู้ แล้วผมก็สงสัยว่าเณรท่านขึ้นมาทำไมตอนนี้? เสียตังค์เปล่าๆ เลยได้ความรู้ใหม่ว่าภูสีขายตั๋วตั้งแต่เช้ายัน 6 โมงเย็น ถ้าขึ้นมาหลังจากนั้นก็ไม่ต้องจ่าย...แต่จะขึ้นไปทำไม? ตอบ- เพื่อออกกำลังกาย บินฑบาตรตอนตี 5 ถามว่าหนาวมั้ย? เห็นจีวรที่ห่มดูจะอบอุ่นไม่พอ - ตอบว่าหนาว แถมออกมาแต่เช้าอีก... แต่ที่เด็ดสุดจากบทสนทนาครั้งนี้คือเณรรูปนี้ก็นึกว่าผมเป็นคนเจแปน...
เดินลงพูสีมืดใช้่ได้ ม่านตาปรับขยายกว้างขึ้น นึกในใจถ้าพาสาวขึ้นมาชมพระอาทิตย์ตกด้วยกัน.... สวีทแค่นี้ยังไม่พอ ต้องเอาแสงทไวไลท์ไปอ้าง แล้วค่อยลงมาด้วยกัน สองคนในความมืด ช่วยกันเดินลงดูทาง โรแมนติคสุดๆ
จากพระธาตุพูสีมาสู่พิภพเบื้องล่างก็หมดแล้วแหละ สำหรับสถานที่ที่อยากดูอยากชมอยากสังเกตการณ์ คราวนี้ก็ได้เวลาช้อป เดินบ้านเจ๊กหาของฝากเพิ่ม เจอไคแผ่นห่อใหญ่ 30,000 กีบ 10 แผ่นยังไม่ทอด ต้องเอาไปจุ่มน้ำมันอย่างเร็ว ทำยากเลยไม่ซื้อ ซื้อแบบทอดแล้วก็จะแตกระหว่างขน....เฮ้อ
รับฝากมอ'ไซค์
เดินกลับไปร้านกระดาษสาราคาย่อมเยา (คิดเอาเอง) ไกลแฮะ เจ้าของบ้านพูดไทยได้ดี ค้าขายเครื่องเงินที่กรุงเทพ ไปๆ มาๆ บ่อย ถามถึงการนั่งรถไปวังเวียง มีรถ VIP แอร์กระจก ไม่แวะรับคนรายทาง แสนกว่ากีบ รถธรรมดา open air แวะรับคนรายทาง ขึ้นที่คิวรถสายใต้ ราคาประมาณ 80,000 กีบ นั่ง jumbo/tuk tuk ไปสายใต้ราคา 7000-8000 ได้ ถามเรื่องจักรยานบอกว่าเค้าเลิกกันเพราะรัฐบาลไม่ช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เช่นหายเพราะฝรั่งลืมล็อค หรือเอาไปทิ้งที่สนามบินกับคิวรถ...แบบว่าคนให้เช่าก็จดไว้แต่หมายเลข passport ไม่ได้มัดจำก็งี้ เลยยกเลิกไป เหลือเพียงน้อยนิด มอ'ไซค์ก็เคยมี แต่ฝรั่งเช่าไปนู่นนี่ไกลๆ กลับมาพร้อมแผล-ขาหัก-บาดเจ็บ ปัญหาเยอะเลยยกเลิกไปเมื่อ 2-3 ปี พี่ร้านกระดาษสาแกออกตุ๊ดๆ หน่อย ถึงขั้นถามว่าผมแต่งงานยัง...นี่กูหน้าแก่หรือเค้าหยอดเผื่อกูชอบไม้ป่าเดียวกัน สุดท้ายก็ซื้อโคมไฟกระดาษสา (ต้องใส่ไฟเอาเอง) กับอัลบั้มใส่รูปที่มีที่ว่างให้เขียน โคม 28,000 อัลบั้ม 32,000 100B กับ 114B ชอบสมุดร้านนี้ตรงที่มันอเนกประสงค์กว่าเย็บเล่ม
โรงเรียนภาคค่ำ
แล้วกลับมาเดินตลาดม้งกลางคืน ได้ถุงเศษเหรียญ อันละ 5000 กีบ 3 อัน 10,000 ซื้อไป 12 อันตามรายชื่อที่คัดสรรค์มาจากการกดมือถือไล่ชื่อเอาเลยทีเดียว 40,000 กีบ ไม่ลดแล้ว ประมาณ 143 บาท ถูกป่าวไม่รู้ แต่เอาไปฝากชาวสาวๆ ได้หลายนาง ดูกระเป๋าสะพาย ที่เพื่อนสนิทมันฝากซื้อด้วยวาจา(แต่ไม่ฝากตังค์) ลายสวยแล้วนะ แต่ตัวกระเป๋ายังไม่ work ถ้าเปลี่ยนเป็นผ้า ทำเป็นถุงผ้าจะ work กว่านี้ กำลังฮิตเรื่องโลกร้อน เนื้อผ้าอันที่เจอมันเป็นตาข่ายสี่เหลี่ยมสองชั้น ดูบอบบางไป แม้ใบละ 100 (ลดได้) ดูๆ ไป แม่ค้าสาวม้งวัยทีนสวยๆ ก็มี ก็ม้งมันก็หมวยนี่!
แล้วฉันก็เดินมาเจอถุงผ้าหรือย่ามคล้ายๆ ที่คิดไว้ ราคา 30,000 ลดเหลือ 25,000 89 บาท for โต๊ด เดินดูผลิตภัณฑ์ชาวม้งต่อไปเรื่อยๆ เจอ hippie ฝรั่งแบบว่าเดินสวนกัน สบตากัน ยิ้มให้กัน เดินผ่านหันไปดูหัวมันต่อ เป็น dreadlock สีทองไว้เคราหนวดเฟิ้มมาก เลยตะโกนตามมันไปว่า Nice Hair! ติ๊สแดกด้วยกัน เข้าใจ! มันก็คงมองผมกูเหมือนกัน!
แล้วฉันก็ได้เจอกับเรื่องที่ตื่นเต้นที่สุดใน one-man-trip ครั้งนี้ นั่นคือสาวหมวยสัญชาติไทย เธอมากับครอบครัว มีลุงช่างภาพเว่อร์ๆ ใส่เสื้อสวยเพราะเป็นเสื้อ 'กั๊ก' ถือกล้องแคนอนติดแฟลชและเบานซ์การ์ดตัว T อันใหญ่ๆ คอยตามถ่ายรูปอยู่ เมื่อฉันเดินใกล้ถึงเธอ เธอก็เดินห่างออกไป ฉันเลยถ่ายรูปแมวดำน่ารักๆ ไปแทน 555 เรื่อง shopping กับเรื่องตื่นเต้นมาต่อเนื่องกันจนลืมหิวไปเลย ตอนนี้....หิวแล้ว!
สาวคนในภาพนั่นแหละ
เจอฝรั่งคนเดิมที่เจอที่ร้านกาแฟตอนเช้า ทักทายพูดคุยร่ำลา ต่อเนื่องกัน เดินเลยมาดูแผงผีซีดีเถื่อน ตั้งใจมาหาเพลงลาวแต่เจอโขกราคาแผ่นละ 150 บาท บอกของลาวแผ่นแท้แต่ของไทยเป็นแผ่นผี ส่วนตัวผมว่าผีหมด มีลดได้อีก แผ่นละ 100 แผ่นแท้ที่ไหนทำได้งี้ มีบอกว่า "ม่วน" หลายรอบ ย้ำว่ามันส์แสด...เห็นแพงเลยไม่ซื้อ เดี๋ยวไปดูที่เวียงจันทน์เอาอีกที แค่อยากดูนางเอก MV ลาว เท่านั้นแหละ
สี่ทุ่มแล้ว ข้ามมาซื้อ baguette ใส่ไก่กิน 10,000 กีบ ยอมจ่ายแบบใส่เครื่องละ หิว ระหว่างน้องหั่นไก่ผมก็หันไปเจอนางฟ้าอาหมวยคนนั้น อยู่ห่างไปราว 5 เมตร พร้อมตาลุงช่างภาพ เธอช่างดูดีมีชาติการ์ตูน (ขอยืมมุขพี่ที่ออฟฟิศมาใช้) คงไม่ใยดีเรา ไม่สนศิลปินที่ยังไม่มีผลงานดอก เธอไฮโซ แล้วเธอก็เดินจากไป....ไปไหนก็ไม่รู้ เดินไปซื้อเค้กร้านเดิม เอาส้มอันนึงกับ choc-cinnamon roll อันนึงรวม 10,000 กีบ เดินกลับบ้าน 22.00 น. โดยประมาณ ถึงห้องลืมซื้อน้ำซะงั้น ดีที่มีร้านโชว์เจ๋งอยู่เยื้องๆ เหมือนเดิมขาวขุ่น 2000 เจอคุกกี้ฟันโอรสช็อคสีแดง 2000 ลองดู แพงกว่าไทย 2 บาทกว่า
หลังจากหอบหิ้วสัมภาระถึงห้องแล้วค่อยๆ คลายมันออกจากถุง ผมก็พบว่าผมซื้อของฝากมากไป...ไม่รู้จะเอาอันไหนไปให้ใครแล้ว ....แต่ก็ช้อปสนุกดี วันนี้เหลือเงิน 333,000 กีบ
ก่อนจะสวาปาม baguette ใส่ไก่อันโอชะ หัวผมก็ replay ภาพขั้นตอนการทำมันขึ้นมา - ผ่าครึ่งขนมปัง ทามายองเนสในหลืบให้ทั่ว ใส่ผัก มะเขือเทศ หัวหอมซอย แตงกวา ไข่ฝอย เสริมด้วยพริกเผาแต่ผมบอกน้องว่าไม่เอา ตามด้วยเนื้อไก่ซอย ราดน้ำจิ้มไก่ตาม โปะด้วยผัก โรยพริกไทย ...บิ้วท์เสร็จก็ -อิทาดากิมาส- (ภาษายุ่นแปลว่า ทานละนะ) สรุปว่า...อร่อยดีว่ะ ถือเป็นมื้อใหญ่ super hotdog ที่อิ่มกว่าเฝอเป็ด 12,000 กีบอีก กินสลับหน้าหลังสนุกดี เรื่อยจนมาถึงไฮไลท์ที่อยู่ตรงกลาง ด้วยความที่หนมปังมันเหนียว กัดแล้วต้องกระชากด้วยฟัน พอกินถึงตรงกลางก็นะ...ลำบากหน่อย ไม่หน่อยหรอก ถ้าไม่ระวังใส้ก็ร่วงได้
อิ่มหนำสำราญก็ได้เวลามานั่งทบทวนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาก่อนการอาบน้ำนอน สองวันสามคืนที่ผ่านมาในหลวงพระบาง (คืนนี้เป็นคืนที่ 3) ฉันเดินไปทั่วทั้งในเมืองและชานเมือง ถนนหลักไปมาหมด ขาดแต่ซอยเล็กซอยน้อยบางอัน วัดที่เป็นจุดขายที่นี่ก็บ่ได้เข้า ค้น-เดิน-เสาะ-หาแต่อาคารเก่า ราวกับตัวเองเป็นยูเนสโก มีบางที่ที่ฉันยังไม่ได้สำรวจ เช่นการข้ามฝั่งไปทั้งข้ามโขงกับข้ามคานทั้งสองจุด แต่ฉันบรรลุเป้าหมายในการชมเมืองนี้แล้ว พร้อมจะไปวังเวียงต่อ ไว้อาจจะมาอีกนะ แต่หวังว่าคงไม่โซโลแล้ว ขอเป็นดูโอ้โพล้เพล้พยุงกันลงจากพระธาตุพูสี... นะ นะ
| อาทิตย์ | จันทร์ | อังคาร | พุธ | พฤหัส | ศุกร์ | เสาร์ |
| ปฏิทิน | ธันวาคม | 2550 | 1 | |||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13-1 13-2 | 14-1 14-2 | 15-1 15-2 |
| 16-1 16-2 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | 31 | <ปฐมบท> | (เสริม-ภาพ) | [เสริม-ทุน] |
2 comments:
รู้สึกว่าวันนี้จะประทับใจ "หญิง" หลายคนนะค่ะ
55555+
ฮึ่ย พูดซะอยากจะไปเลยอันนี้
แต่ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากไปแบบโซโล่
รอเป็นดูโอ้แล้วเราค่อยไป 55+
โบว์
Post a Comment